สัมภาษณ์ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ โดย กองบรรณาธิการ รุไบยาต

สัมภาษณ์พิเศษ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ "4 ปี รัฐประหาร19 กันยา"

" ชาตินิยมสยาม และชาตินิยมไทย กับกรณีปราสาทเขาพระวิหาร และมรดกโลก"

การก่อการร้าย กับ การขอพื้นที่คืน

ครั้งแรก กับท่านปรีดีและท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ฯ

“กับดักชาตินิยม” - สัมภาษณ์ ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

กูรูตลาด แนะเปลี่ยนชื่อ ไทย เป็น สยาม

ปราสาทเขาพระวิหาร - บ้านทรายทอง

“ทางออก-ทางตัน ของ (สยาม) ประเทศไทย” หรือ “เราจะหลีกเลี่ยง ‘กาลียุค’ ได้อย่างไร”

๑๖ สิงหาคม ๒๔๘๘ (๑๙๔๕) ประวัติศาสตร์ที่ “ ให้จำ” กับ “ ให้ลืม” 16 August 1945 A History of Remembering and Forgetting

แด่สุพจน์ ด่านตระกูล (พ.ศ. ๒๔๖๖-๒๕๕๒ ค.ศ. ๑๙๒๓-๒๐๐๙) และ “ การขุดค้นทางโบราณคดี” เรื่องปรีดี พนมยงค์

ขอม คือ ใคร Who are the Khom ?

มายาคติแห่งความร้าวฉาน ... เหนือเขาพระวิหาร โดย ยุวดี วัชรางกูล

การแสดงปาฐกถาพิเศษ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ครั้งที่ 11 เรื่อง ลัทธิชาตินิยมไทย - สยาม กับ กัมพูชา ข้อพิพาทปราสาทเขาพระวิหาร (กลับมาเยือน)

กรณี ปราสาทเขาพระวิหาร ใน รายการ "กรองสถานการณ์" โทรทัศน์ NBT 9 กรกฎาคม 2551

ป๋วย อึ๊งภากรณ์ : สันติประชาธรรม กับปรารถนาอุษาคเนย์

จุดหมายปลายทางของประเทศไทย คือ ณ ที่ใด ?

ขอม ขะแมร์ ขะเหมน เขมร กัมพูชา เพื่อความสมานฉันท์และความเข้าใจอันดี กับตัวเราเองและกับเพื่อนบ้า

"แลไปข้างหน้า" 10 แนวทาง "ปฏิรูป" มหาวิทยาลัย/อุดมศึกษาไทย แทนการ"ขายทอดตลาดหรือเซ้ง"

สัมภาษณ์: ชาญวิทย์ เกษตรศิริ - ภาระหนักของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่

"ทัศนะ อาจารย์ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ กับ หนึ่งทศวรรษโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ฯ" 2543-2552 (2000-2009)

"ชาญวิทย์" โต้ "มุมมองของเจิมศักดิ์" ระบุ เศร้าใจเป็นนักวิชาการแต่ “โจมตีแบบโกหกพกลม"

ถอดเทปการเสวนา “หนึ่งศพ-ไอ้ปื๊ด” กับกรณีนองเลือด 6 ตุลา

ตาย 1 ถ้าไม่ใช่ “ ไอ้ปื๊ด” แล้วใคร? : ความอับจนทางปัญญาและ “วิชาประวัติศาสตร์” ของ“ สยามประเทศ(ไทย)"

“6 ตุลา ” กับสถานะทางประวัติศาสตร์การเมือง (ใหม่)

กู้ชาติสยาม Siam-Thailand-Samak-Suraphong-Aphisit-and ?

ถาม-ตอบ-นักศึกษา-อาจารย์-ธรรมศาสตร์ (ม. อื่นๆ ก็อ่านได้ ครับ)

30:70 = การเมืองใหม่ = อประชาธิปไตย = ความไม่เสมอภาค = ความรุนแรง/ปฏิวัติรัฐประหาร/อำนาจนอกนิติธรรม

“อนาธิปไตย กับประชาธิปไตย โดยปรีดี พนมยงค์” Anarchy vs Democracy and Pridi Banomyong

ปราสาทเขาพระวิหาร-กรณีศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองกับลัทธิชาตินิยม 20 มิถุนายน 2551

เสียงจาก"ชาญวิทย์ เกษตรศิริ"นาร์กีสการเมืองจะถล่มสังคมไทย

ชุดบทความหัวข้อ "การท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม" ประกอบการสัมมนา ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ 4 กรกฏาคม 2551

เรื่อง ขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ นามของสยามประเทศ และแก้กฎหมายสำหรับ “จังหวัดธนบุรี”

เรื่อง ขอให้ลงชื่อเรียกร้องให้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับพุทธศักราช 2550 โดยใช้นามประเทศว่า “สยาม” แทน “ไทย” (Siam not Thailand)

Why No to Tamil’s May ทำไมถึงไม่ควรเรียกว่า 'พฤษภาทมิฬ'

For the LOVE of SIAM by Charnvit and SIAM or Thailand by B. Terwiel

พล นิกร กิมหงวน กับป. อินทรปาลิต ในปี พ.ศ 2550/The Three Chums and Po Inthapalit B.E 2550

รายงานเสวนา "คนไทยเป็นใคร มาจากไหน ในแผนที่ประวัติศาสตร์สยามประเทศไทย"

"ชาญวิทย์ วิพากย์ อำมาตยาเสนาธิปไตย" ใน เนชั่นสุดสัปดาห์ 27 กรกฎาคม 2550

เขาพระวิหาร: มรดกโลกของกัมพูชา ข้ามเขมร ขึ้นเขาพระวิหาร

ประวัติศาสตร์บาดแผล "เขมร-ไทย"ทั้งรักทั้งชัง

เสรีภาพทางวิชาการกับกรณีฟ้องหมิ่นประมาท/Academic Freedom and Morakot VS Nongyao

คำให้การของนายชาญวิทย์ เกษตรศิริ/Charnvit’s Testimony on Morakot VS Nongyao

หนังสือ “ภาพลักษณ์ปรีดี พนมยงค์ กับการเมืองไทย พ.ศ. 2475-2526”/Pridi’s Images

กองทุนเสรีภาพทางวิชาประวัติศาสตร์/History Academic Freedom Fund

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Facebook ของผม Charnvit Ks เต็มมานานแล้ว

ผมได้เปิด fanpage ชาญวิทย์ เกษตรศิริ Charnvit Kasetsiri

ขอให้ไปกด like ที่นั่น ครับ หากประสงค์ติดตาม ข้อมูลข่าวสารของผม

สำหรับ Friends ที่มีอยู่เดิม หากไม่สนใจการเมือง ศิลปวัฒนธรรม ในแนวของผม

อยากขอให้ช่วย unfriend ด้วย ครับ จะได้ไม่รบกวนประสาท ซึ่งกันและกัน

ผมถือคติ อาจารย์ ต้องไม่แสวงหา สานุศิษย์

ในยามบ้านเมือง วิปริต อาเพศ วิบัติ ทางความคิดเช่นนี้

ต่างคนต่างอยู่ จะดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย และทุกฝ่าย ครับ

cK@IamOnMyWaykrab.............................

"A Conspiracy Theory" " ทฤษฎีสมคบคิด"

Good morning and listen to what is happening to my poor country Thailand.

ชูวิทย์ vs ส.ว.ไพบูลย์ ประเด็น นายกฯคนกลาง ทางออกประเทศ ?

 

cK@NoNayokKhonKlang

PS:

ไม่เอา "นายกคนกลาง"

ไม่เอา สว. แต่งตั้ง

ไม่เอา สว. สรรหา

" นายกคนกลาง" กับ "สว.แต่งตั้ง"

เป็น "กาฝาก" เป็น "ปัญหา" เป็น "อประชาธิปไตย"

เป็น "อนาธิปไตย" เป็น "ทางตัน"

เป็น "กาลีบ้าน/กาลีเมือง เป็น "สมคบคิด"

ศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ขอเชิญร่วมเสวนา

"เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสายตาชาญวิทย์ เกษตรศิริ"

ชวนเสวนาโดย คุณลักขณา ปันวิชัย (คำ ผกา) และ ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร ( ประธานศูนย์ฯ)

16.00 น. วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 ณ ห้องริมน้ำ ชั้น 1 คณะศิลปศาสตร์ มธ. ท่าพระจันทร์

 

การเสวนาครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อร่วมแสดงความยินดีในโอกาสที่ ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

ได้รับรางวัลผู้ทำประโยชน์ดีเด่นด้านเอเชียศึกษา ( Distinguished Contributions to Asian Studies)

จากสมาคมเอเชียศึกษาแห่งสหรัฐอเมริกา ( Association for Asian Studies, AAS) ประจำปี ค.ศ. 2014

 

 

ราชกฎุมพี/อั้งยี่ใหม่ 
Royal Bourgeoisie-New Ang-Yi

หนึ่ง)
จากข้อสรุปของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ ที่ว่า
“ผมจึงออกจะสงสัยว่า ความเป็น 
royalist หรือ hyper-royalist ของลูกจีนในเมืองไทย 
อาจอธิบายได้ด้วยชนชั้น มากกว่าชนชาติกระมัง”

ในบทความ "ลูกจีนกับกษัตริย์นิยม" » ประวัติศาสตร์ไทยสังเขป (อ่านง่ายเข้าใจไม่ยาก) 
Apr 4, 2014 - นิธิ เอียวศรีวงศ์. (ที่มา มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 4-10 เมษายน 2557 หน้า 30).

ที่น่าจะอ่านควบกับ 
สอง) 
บทสัมภาษณ์ของ อ. เบน แอนเดอร์สัน คือ
"คุยเรื่องวาทกรรม 'ลูกจีน' ที่หายไปกับเบเนดิก แอนเดอร์สัน"

(อ่านยาก ฟังยาก เข้าใจไม่ง่าย ต้องคิดเป็นฝรั่ง แล้วเป็นไทย กลับไปกลับมา)


ทำให้ผมได้บทสรุป ดังนี้ คือ 
สาม) 
"สงครามตัวแทน" ระหว่าง "อำนาจเดิมฯ" กับ "อำนาจใหม่่ฯ" นั้น
อาจจะเป็น ปวศ/การเมือง ซ้ำรอย 
และสืบทอดมรดก มาจากระบบ "อั้งยี่" แต่เดิม นั่นเอง

สี่)
และนี่ อาจจะเป็นการฟื้นฟู "อั้งยี่" ขึ้นมาใหม่ 
ทั้งในจีนตอนใต้ ในเวียดนาม ในกัมพูชา รวมทั้งในไทย (และ ASEAN)
ที่มี "ตัวแสดง" ที่แข็งขันที่เป็น "ลูก/หลาน/เหลน/โหลน-เจ็ก/จีน" 
(ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ฮกเกี้ยน แคะ แตจิ๋วกวางตุ้ง ไหหลำ) 
ที่ "จินตกรรม" ว่าตนได้เป็น "ไทย" ไปเรียบร้อยแล้ว 

และนี่ หาใช่ "ชนชาติ (เจ็ก/จีน) ไม่ 
แต่ในฝ่ายหนึ่งนั้น เป็น "ชนชั้น" (ราชกฎุมพี/อั้งยี่ใหม่) นั่นเอง 

cK@ChoPoMoจปม

 

 

Civil War in Thailand ?

บทความของนักวิชาการฝรั่ง

สงครามกลางเมือง ในสยามประเทศไทย ควรอ่าน ครับ (คลิ๊กอ่านที่นี่)

สำหรับความเห็นของ cK คิดว่า

 

หนึ่ง)

การนองเลือดคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ การ "เกี้ยเซี็ยะ" ก็คงเป็นไปไม่ได้ เช่นกัน ถ้าหาก ยิ่งลักษณ์

ไม่ถูกล้มไปด้วยกระบวนการ ตุลาการ เช่น สมัคร และ สมชาย กล่าวคือ เดินเกมประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ และ

เลือกตั้งไปจนสุดซอย การนองเลือด และความรุนแรง คงไม่ถึงระดับ "สงครามกลางเมือง"

 

สอง)

แต่ถ้า ยิ่งลักษณ์ ถูกล้ม น่าเชื่อว่า "สงครามกลางเมือง" จะเกิด

 

ก. ฝ่ายตัวแทนอำนาจใหม่ บารมีใหม่ เงินทุนใหม่ สื่อใหม่ และ แนวร่วม ไม่น่าจะรับได้ และจะไม่อดทน

อีกต่อไป การสู้รบ ขัดขวาง ก่อกวน จะกระจายไปทั่วประเทศ ยากต่อการที่รัฐบาลกลาง และกองกำลังทหาร

จะควบคุมได้

 

ข. ฝ่ายตัวแทนอำนาจเก่า บารมีเก่า เงินทุนเก่า และ สื่อเก่า กับ แนวร่วม อาจมีกำลังทหาร กองทัพ

(ยกเว้นตำรวจ) อาจได้เปรียบ คุมสถานการณ์ได้ ในระยะแรก ใน กทม และ หัวเมืองใหญ่ๆ ที่มีค่ายทหาร

แต่ในระยะยาวไม่น่า จะต้านทานกำลังของ มวลมหาชน ได้

 

ค. อนึ่ง ประเทศรอบบ้าน อาเซียน ก็น่าจะเอียงเข้ากับ ฝ่ายตัวแทนใหม่ๆ และบางประเทศข้างเคียง จะกลายเป็น

"หลังพิง" ให้กับผู้นำของฝ่ายอำนาจใหม่ พร้อมๆ กับที่มหาอำนาจอย่าง สหรัฐฯ จีน อียู

รวมทั้งญี่ปุ่น ฯลฯ ตลอดจนสหประชาชาติ ก็คงไม่เอาด้วยกับ ฝ่ายอำนาจเก่า

 

สรุป "ทางออก" ประเทศไทย ลบ สงครามกลางเมือง คือ ประชาธิปไตย+เลือกตั้ง เดินตามกฎ ตามเกณฑ์

ตามรัฐธรรมนูญ

 

"ทางตัน" ของประเทศไทย บวก สงครามกลางเมือง คือ อนาธิปไตย ล้มเลือกตั้ง ล้มกฎ ล้มเกณฑ์ ทั้งหลาย

ทั้งปวง

 

cK@FreedomLiberty&Capitalism

 

ขอเชิญผู้สนใจร่วมงาน

เสวนา “ภารตศึกษา : ภาคกามสูตร”

ศุกร์ 28 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 14.00 - 16.30น.

ห้อง 301 ศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ (ฟรี ไม่มีค่าลงทะเบียน)

 

 

ขอเรียนเชิญร่วมกิจกรรมทัศนศึกษา

SRI LANKA    7D/ 6N   12-18  APRIL   2014

ศรีลังกา 7 วัน 6 คืน

วิทยากรศรีลังกา และ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ กับ สมฤทธิ์ ลือชัย

เมืองมรดกโลก ...   “ สิกิริยา” – “ อนุราธปุระ” – “ ดัมบุลล่า” – “ แคนดี้”

*** ที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต นมัสการ   “ รอยพระพุทธบาท”   ณ ยอดเขาสุมนกูฏ ***

12   –   18 เมษายน 2557

ท่านละ 49 , 900.- บาท / โรงแรม 4 ดาว

รายละเอียด และใบสมัคร คลิ๊กที่นี่

 

 

From Prab to cK and vice versa (Feb 2014)

Prab L.

 

มีเรื่องอยากถามความเห็นทุกท่านฮะ ตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา

ผมได้บังอาจปีนเกลียวเถียง อาจารย์ชาญวิทย์ Charnvit Ks เรื่องนึงอย่างเป็นฟืนเป็นไฟฮะ

เป็นเรื่องเกี่ยวกับ "ธงชาติ"

 

อาจารย์บอกว่าในทุกวันนี้ยังไง "ชาตินิยม" ก็เป็นพลังทางการเมืองที่สำคัญมาก สิ่งหนึ่งที่ กปปส.ประสบความสำเร็จคือการนำ "ธงชาติ" มาเป็นสัญลักษณ์ในการเครื่องไหวอย่างเอาจริงเอาจริง ยิ่งกว่าม็อบครั้งไหนๆ เพราะฉะนั้น ถ้าหากฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ช่วงชิงธงชาติกลับคืนมา ยังไงก็มีแต่จะแพ้กับแพ้ เพราะพลังทางการเมืองของชาตินิยม และเราจะปฏิเสธความสำคัญของธงชาติไม่ได้ เว้นแต่เราจะแยกประเทศและทำธงชาติใหม่

 

แต่โดยส่วนตัวผม กลับคิดว่าพลังธงชาติในปัจจุบันมันไม่ได้สู้ในด้านสัญลักษณ์อย่างเดียว แต่มันต่อสู้ลึกกันในระดับความหมาย ฝ่ายนึง รู้สึกว่าความเป็นชาติของเขาคือคนดี คือกษัตริย์ แต่สำหรับเสื้อแดงแล้ว ชาติของเขาคือประชาธิปไตย คือมนุษย์ที่อาศัยอยู่ในชาติทุกคน (ฟังเสียงกูบ้าง กูคนในชาติเหมือนกัน)

 

เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะพยายามช่วงชิงธงชาติอย่างไร แต่ไม่ได้ต่อสู้ในระดับความหมาย ก็จะยังไม่สามารถช่วงชิงสัญลักษณ์ธงชาติกลับมาได้อยู่ดี เพราะยังไง ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับ กปปส.ก็คงไม่อยากหยิบธงชาติมาสวมใส่ภายใต้ ธงชาติที่เป็นความหมายเดิมอีกต่อไปแล้ว

 

เราจะเห็นความพยายามของฝ่ายเพื่อไทย-นปช.ในการช่วงชิงสัญลักษณ์ธงชาติ แต่ล้มเหลวมาแล้วสองครั้ง

ครั้งแรก คือการชุมนุมใหญ่ครั้งล่าสุดของ นปช.ที่แกนนำใส้เสื้อแดง ที่มีแถบธงชาติอยู่ตรงหน้าอกกันทุกคน และแจกเสื้อแดงที่มีลายธงชาติ มากมายเต็มไปหมด แต่สุดท้ายก็ได้แค่เท่านั้น จบงานก็หาย ไม่มีใครใช้ธงชาติต่อ สัญลักษณ์ธงชาติในม็อบขายไม่ได้เลย เสื้อที่เป็นลายธงชาติก็ใส่ครั้งเดียว

 

ครั้งที่สองคือเพจพานทองแท้ พยายามทำสัญลักษณ์ธงชาติ ทั้งคลิป ทั้งโพส

http://www.youtube.com/watch?v=3kcMxg3HYek&feature=youtu.be

แต่คนดูก็ยังไม่ถึง 10,000 คนด้วยซ้ำ มันชี้ให้เห็นว่ายังไงธงชาติ ก็ปลุกไม่ขึ้น

-----------

ด้วยความสงสัยและคิดไม่ตก หาข้อสรุปให้กับตนเองไม่ได้มาถึงปัจจุบัน เลยจะขอนำคำถามที่คุยกับอาจารย์วันนั้น มาเปิดประเด็นต่อ เลยอยากจะชวนใครที่สนใจแลกเปลี่ยนในประเด็นนี้ ครับ ว่าคิดอย่างไรกับเรื่อง "ธงชาติ" บ้าง มันเป็นความจำเป็นในการต่อสู้ที่ต้องช่วงชิงมา ใช่มั้ย ถ้าใช้ จะทำอย่างไร หรือถ้าไม่ ทำไมฝ่ายประชาธิปไตยจึงจะชนะ โดยที่ไม่มีประเด็นชาตินิยม หรือสัญลักษณ์ธงชาติ อยู๋ในการต่อสู้เลย ?

 

Charnvit Ks

My thought for Prab cc. Netiwit:

ชาติ และ ธงชาติ Nation and National Flag………

(1)

ชาติ เป็น "ชุมชนจินตกรรม" ที่ทรงพลัง สำหรับโลกสมัยใหม่

แต่นักวิชาการไทยๆ จำนวนไม่น้อย มองข้าม เพราะหลงเชื่อเรื่อง

trans-national, globalized, international มากเกินไป

 

หาตระหนักไม่ ว่า nation และ nationalism นั้น

แม้จะมาจาก ภายนอก แต่ก็ได้ถูก " localized" ลงรากไปแล้ว

เราจะคิด จำกระทำ นอกกรอบ นอกไวยากรณ์ สร้างความคิด จินตนาการ ออกไปนอก nation และหรือ nationalism ได้หรือไม่

 

ผมคิดว่า เราๆ ท่านๆ มักปลอบใจตนเอง ด้วยเพลง

Imagine ของ John Lennon, .....there is no this, no that.........

 

(2)

ธงชาติ ก็เป็นส่วนหนึ่งของ "จินตกรรม" นี้

ชาติไทยสยามของเรา ถูกจินตกรรมว่า = ไตรรงค์/สามสี

คือ “ น้ำเงิน ขาว แดง ” ตามลำดับของความสำคัญใน "ธง"

 

แต่เวลารัฐให้เราๆ ท่านๆ ต้องท่องจำ ก็เปลี่ยนกลับเป็น

" ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์" (แปลก และต้องการคำอธิบาย)

 

(3)

คำถาม คือ ในแต่ละองค์ประกอบของทั้ง “ สามสี ” นั้น

ชาติ = อะไร ???

ศาสนา = อะไร ?? สีขาว แทนที่จะ เหลือง เพราะอะไร ???

พระมหากษัตริย์ = แน่นอน คือ ในหลวง นั่นเอง

อันนี้เรารู้ เห็น ชัดเจน เป็นรูปธรรม

 

กล่าวโดยย่อ ความชัดเจนอยู่ที่ “ พระมหากษัตริย์ ” หาใช่ที่ “ ศาสนา ” ไม่

( เพราะไทยเรา มีหลายศาสนา) และหาใช่ที่ “ ชาติ ” ไม่ (เพราะนั่นเป็น “ นามธรรม ” อย่างยิ่ง)

 

(4)

ครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว

จำได้ว่ามีความพยายามจะตีความว่า "ชาติ" = “ ประชาชน ”

 

แต่การตีความนี้ ก็หาได้ “ ลงตัว ” ไม่ ดังที่เราจะเห็นว่า หลังเหตุการณ์นองเลือดพฤษภา 2535 สถานที่ราชการของทหารหลายแห่ง เติมคำที่ 4 เข้าไป คือกลายเป็น "ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน" ซึ่งเอาเข้าจริง ก็ยังลอยๆ อยู่นั่นเอง

 

( ผมออกจะดีใจ ที่ล่าสุด แม้จะเป็น "นามธรรม" และเลื่อนๆ ลอยๆ อยู่ สปปก ก็อ้าง "มวลมหาประชาชน" ในขณะที่ ฝ่ายที่ยืนยันการเลือกตั้ง (ตามเวลาที่กำหนด ตามรัฐธรรมนูญ) ยืนยันเรื่อง "เสียงส่วนใหญ่"

 

(5)

ผมอยากข้ามเขตแดน ออกไปนอก "แผนที่" ของประเทศไทย มองไปที่ กัมพูชา ที่ก็มีคำขวัญว่า "ชาติ ศาสนา มหากษัตริย์" เหมือนๆ ของเรา (ที่ต่างก็คงลอกและเลียน/เรียน มาจากฝรั่งตะวันตก ทั้งคู่)

 

แต่ กัมพูชา มี "ปราสาทหิน" นครวัด อยู่ตรงกลางธง (ทุกๆธงชาติกัมพูชา ที่มีมาหลายต่อหลายธงแล้วนั้น) ผมคิดว่า ความเป็นชาติของกัมพูชา น่าจะชัดเจน และทรงพลัง อยู่ตรง "ประสาทหิน" นั่นแหละ

 

ดังนั้น การต่อสู้กับ "ศัตรูภายนอก" จึงชู "ปราสาทหิน" ดังจะเห็นได้จาก กรณีเผาสถานทูตไทย (ปี 2546 เพราะมีการปล่อยข่าวลือ (ที่ผมไม่เชื่อ) เรื่อง กบ/สุวนันท์ ว่าเธอจะไม่ไปเยือนกัมพูชา หากไม่ “ คืนปราสาทนครวัดให้ไทย ” )

 

และ/หรือ ในกรณีแย่งชิงพื้นที่ รอบๆ ปราสาทเขาพระวิหาร (ปี 2551-2556 ที่บานปลายกลับไปขึ้น “ ศาลโลก ” อีกครั้ง)

 

(6)

ผมอยากเชื่อ ด้วยวิชา ปวศ. และ รัฐศาสตร์ (ผมมี ปริญญารัฐศาสตร์ 2 ใบครึ่ง แต่มี ปวศ ใบเดียว) ว่า ในการต่อสู้ครั้งนี้ ประเด็น “ ชาติ ” และ “ ชาตินิยม ” เป็นประเด็นหลัก

 

แต่ในความเป็นชาตินั้น (รวมทั้ง ธงชาติ ด้วยนั้น) จะมีเพียง “ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ” เท่านั้น (ตามที่ทั้ง พธม. และ ปกกส. เน้นย้ำ และทั้งอ้าง/ชู/โหน) หรือ จะต้องมีการ rethinking กับ reimagining ว่า "ชาติ" ของเรา คือ อะไรกันแน่

 

(7)

หากจะต้องมี และ เติมหรือต่อ จากคำว่า "และ" จะเติมอะไร คำไหน และอย่างไร ให้ลงหลักปักฐาน

เช่น "และรัฐธรรม" ?

หรือ "และประชาธิปไตย" ?

หรือ "และมวลมหาประชาชน" ?

หรือกลับไปที่ "และประชาชน" ? นั่นแหละ

 

(8)

สุดท้ายนี้ อยากให้เราหันกลับไปดู ปวศ. กล่าวคือ เมื่อเปลี่ยนแผ่นดินจากรัชสมัยของ ร. 5 มาเป็น ร. 6 ก็มีการเปลี่ยนแปลง อะไร ต่อมิอะไร หลายอย่าง เช่น ธงชาติ จาก "ธงช้างเผือก" เป็น "ธงไตรรงค์" จากใช้ "ร.ศ." เป็นใช้ "พ.ศ." จาก "ตราอาร์มแผ่นดิน" เป็น "ตราครุฑ" และเมื่อปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ก็เปลี่ยน “ สยาม ” เป็น “ ไทย ” เป็นต้น ครับ The Time, They’re A Changin……………… lah

 

cK@ThonburiSiam

 

ปล. ผมสะกิตใจ และแปลกใจ ที่ fb ของเนติวิทย์ ชักชวนคนให้ไปเลือกตั้ง 2 กพ ด้วยการประดับประดา ธงชาติ เต็มหัว เต็มตัว แปลก แปลก และ แปลก (ดี) ครั

 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

Democratic versus Un-democratic

ประชาธิปไตย หรือ อประชาธิปไตย

โมฆะ หรือ อโมฆะ

 

บทความข้างล่างนี้ ยาว และสำคัญมาก

เพราะเป็นการชี้ให้เห็นถึง ปวศ การเลือกตั้ง กับ % ของการออกเสียง

ซึ่งจะเป็นประเด็น ที่จะทำให้ การเลือกตั้ง 2 กพ เป็น "โมฆะ" ได้หรือไม่

 

2 กพ มีผู้มาออกเสียง = 64.24 %

( นับว่าสูงพอควร แม้จะต่ำกว่า ครั้งก่อนๆ)

 

2 กพ เป็นทั้งการเลือกตั้ง และ เป็นทั้ง ประชามติ (กลายๆ)

กล่าวคือ ประชาชนชาวไทย

ต้องการ ประชาธิปไตย กฎเกณฑ์ กติกา และความเป็นสากล อารยะ

 

ดังนั้น เราต้องพยายามรักษา ประชาธิปไตยไว้

อย่าปล่อยให้เกิด ขุนทหาร ทำรัฐประหาร

อย่าปล่อยให้ ขุนศาล ทำตุลาการภิวัตน์

อย่าปลอยให้ อำมาตย์ ทำองค์กรภิวัตน์

( เพื่อล้มเลือกตั้ง ล้มประชาธิปไตย ด้วยกระบวนการ "โมฆะ" ครับ)

 

cK@NoCoupNoJudicializationNoOngkorization

 

โปรดอ่านดู ครับ

จาก fb " ฟ้าเดียวกัน"

เรื่อง

" ประชาชน 20,468,646 คน คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ของการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557"

 

หลักการสำคัญในการนับคะแนนเลือกตั้งคือการนับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง มิใช่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

 

การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองอันเกิดจากการต่อต้านความพยายามผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนทำให้รัฐบาลต้องตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2556

 

แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะพรรคอันดับ 2 ได้ บอยคอตเลือกตั้ง ขณะเดียวกันก็มีคนของพรรคประชาธิปัตย์ขับเคลื่อนการเมืองนอกสภาในนาม “ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ”( กปปส.) เพื่อ “ ล้ม ” การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 ด้วยวิธีการต่าง ๆ ทั้งการใช้ความรุนแรง และใช้กระบวนการ ตุลาการภิวัตน์ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมืองให้จงได้

 

โดยหน้าฉาก พรรคประชาธิปัตย์ และ กปปส. พยายามชูเลือก “ การปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ” เป็นข้ออ้างในการ มีการล้มล้างการเลือกตั้ง รวมทั้งรณรงค์ให้คนที่เชื่อแนวทางตน “ ไม่ไปเลือกตั้ง ” ขณะที่คนที่ไม่เห็นด้วยกับ พรรคประชาธิปัตย์ และ กปปส. ก็รณรงค์ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเพื่อแสดงตัวตน

 

การเลือกตั้ง 2 กุมภา 2557 เกิดด้วยความทุลักทุเล มีการขัดขางการเลือกตั้งตั้งแต่วันรับสมัคร จนเป็นเห็นให้มีการเสียชีวิต , ความรุนแรงในการขัดขวางการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า , การปิดหน่วยเลือกตั้ง การขโมยบัตรเลือกตั้ง ฯลฯ

 

การเลือกตั้ง 2 กุมภา 2557 จึงมิใช่การเลือกตั้งเพื่อสรรหาผู้มากำหนดทิศทางการบริหารประเทศเท่านั้น

 

แต่การเลือกตั้ง 2 กุมภา 2557 เป็นการ “ ลงประชามติ ” สำหรับผู้ที่ต้องการการเลือกตั้งเพราะคิดว่าเป็นหนทางสันติในการแก้ปัญหาทางการเมือง ด้วยการออกมาเลือกตั้ง กับผู้ที่ไม่เชื่อในแนวทางดังกล่าวว่าจะแก้ปัญหาได้ จนทำให้ต้องขัดขวางทุกวิถีทาง

 

แต่กระนั้นก็ยังมีผู้มาใช้สิทธิ 20,468,646 คน จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 44,649,742 คน คิดเป็น 45.84 % ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งนี้ก็ต้องบันทึกไว้ด้วยว่า มีหน่วยเลือกตั้ง 94,454 หน่วย เปิดได้ 84,325 คิดเป็น 89.28 % หรือมีหน่วยเลือกตั้งอีก 10.72 % ที่ถูกปิดโดย กปปส.

 

มีความพยายามจากผู้ที่ต้องการล้มการเลือกตั้งบอกว่า ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 20,468,646 คน เป็นเพียง 45.84 % ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มิได้เป็นเสียงส่วนใหญ่

 

แท้จริงแล้วเป็นการพยายามบิดผันตัวเลข เพื่อที่จะเข้าขางฝ่ายตนโดยแท้

 

ไม่เคยมีการเลือกตั้งระดับประเทศครั้งไหนในโลกที่เป็นประชาธิปไตย ที่มีประชาชนมาใช้สิทธ์ 100 %

 

การเลือกตั้ง 5 รั้งหลังสุดของประเทศไทยประกฏดังนี้

 

- การเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 46,921,682 คน

ผู้มาใช้สิทธิ 34,707186

คิดเป็น 75.03%

 

- การเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 44,002,593 คน

ผู้มาใช้สิทธิ 32,792,246 คน

คิดเป็น 74.52%

 

- การเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 44,909,562 คน

ผู้มาใช้สิทธิ 29,088,209 คน

คิดเป็น 64.77%

 

- การเลือกตั้ง 6 กุมภาพันธ์ 2548

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด 44,572,101

ผู้มาใช้สิทธิ 32,341,330 คน

คิดเป็น 72.56 %

 

- การเลือกตั้ง 6 มกราคม 2544

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 42,759,001 คน

มาใช้สิทธิ 29,904,940 คน

คิดเป็น 69.94 %

 

จะเห็นว่าอัตราเฉลี่ยของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ในรอบ 10 ปี ( 2544-2554) คือ 71.36 %

 

และถ้าใช้จำนวนดังกล่าวมามาเทียบกับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 จำนวน 44,649,742 คน แล้วก็จะเทียบได้กับ 31,862,055 คน

 

เมื่อเทียบกับผู้มาใช้สิทธิจริงในการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 จำนวน 20,468,646 คน

ก็จะมีอัตราส่วนถึง 64.24 %

โดยไม่ต้องรวมกับหน่วยการเลือกตั้งอีก 10,129 หน่วย จาก 94,454 หน่วย หรือ 10.72 %

ที่ถูกขัดขวางการเลือกตั้ง และผู้สนับสนุน กปปส. ที่ไม่ไปใช้สิทธิ

รวมทั้งผู้ที่เชื่อในแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์และกปปส. ที่ปฏิเสธการเลือกตั้งครั้งนี้

© 2014 Microsoft Terms Privacy & cookies Developers English (United States)

 

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

ขอเชิญร่วมเสวนา

"ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบ้านโป่ง"

และพิธีบรรจุอัฐิ นายเชิญ - นางฉวีรัตน์ เกษตรศิริ และบรรพชน

พร้อมเปิดตัวหนังสือ "บ้านโป่ง กับพ่อและแม่ : ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว Once Upon a Time in Ban Pong"

เพื่อเป็นอนุสรณ์และเป็นประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

ณ วัดดอนตูม บ้านโป่ง ราชบุรี

อาทิตย์ 9 กุมภาพันธ์ 2557

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

หนังสือบ้านโป่งฯ ราคาปกติ 400 บาท

พิเศษ

(1) หน้างานราคาลดเหลือ 300 บาท

(2) ซื้อ 2 เล่มคู่ พร้อมกับเล่ม "แม่ : กลับจากบ้านโป่งถึงปากน้ำ" ลดเหลือคู่ละ 500 บาท

(3) รายได้สมทบทุนคณะแพทยศาสตร์ มธ. - ก่อตั้ง "ชมรมรักษ์บ้านโป่งและโพธาราม"

พร้อมจัดทำป้ายนิทรรศการถาวร "วิกฤตการบ้านโป่ง พ.ศ. 2485"

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

คลิ๊กที่นี่ เพื่อดูสารบัญหนังสือบ้านโป่งฯ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อดูสารบัญหนังสือแม่ฯ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อดูรายละเอียดงานเสวนา

 

 

 

 

ขอเชิญร่วมเสวนา

"ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบ้านโป่ง"

และพิธีบรรจุอัฐิ นายเชิญ - นางฉวีรัตน์ เกษตรศิริ และบรรพชน

ณ วัดดอนตูม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

อาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557

 

 

 

กำหนดจัดงานเสวนา

"ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น: วิกฤติการณ์บ้านโป่ง 2485"

และพิธีบรรจุอัฐิ นายเชิญ-นางฉวีรัตน์ เกษตรศิริ และบรรพชน

ในวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2557 เวลา 10.00 - 16.30 น.

ณ วัดดอนตูม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

โครงการสัมมนา “เขตแดนของเรา เพื่อนบ้านอาเซียนของเรา”

“Our Boundaries – Our ASEAN Neighbors”

วันศุกร์ที่ 1 มิถุนายน 2555

ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารศรีพฤทธาลัยราชภัฎสัมมนาคาร มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ

และ SEE ANGKOR: Sri Yasodharapura-Cambodia Make Friends with ASEAN Neighbors

ผ้าป่าสามัคคีสันติภาพสองแผ่นดิน กัมพูชา-ไทย

วันเสาร์ที่ 2 - จันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2555

ณ เมืองเสียมเรียบ กัมพูชา นครวัด นครธม บันทายสรี ตนเลสาบ และอื่นๆ

จดหมายจากอธิการบดี ถึงอธิการบดี

 

จดหมายเปิดผนึก 4 ฉบับ ถึง ฯพณฯ นรม.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

4 Open Letters to Premier Ms. Yingluck Shinnawatra et.al.

 

ปาฐกถาสาธารณะ “ จากสมาคม สู่ประชาคมอาเซียน: เรื่องจริงหรืออิงนิยาย”

โดย ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์

ศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555   เวลา 13.00– 17.00

ณ ห้อง 301  คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

 

ขอเชิญร่วมเดินทางทัศนศึกษา

เมืองมอญ เมืองม่าน

สักการะ 4 มหาศักดิ์สิทธิ์ (1) ชเวมุเตา Shwe Mawdaw หงสาวดี (2) ชเวดากอง Shwe Dagon ย่างกุ้ง

(3) ชเวสิกอง Shwe Zigon พุกาม (4) มหามุนี Maha Muni มัณฑเลย์

วิทยากรเจ้าของประเทศ พร้อมด้วย ชาญวิทย์ เกษตรศิริ - สมฤทธิ์ ลือชัย - อัครพงษ์ ค่ำคูณ

เดินทางวันที่ 6 - 10   เมษายน / April 2555/2012

5 วันD /4 คืนN (เดินทางโดย Air Asia โรงแรม 4 ดาว) ราคา 38 ,500.- บาท

สัมภาษณ์ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ โดย กองบรรณาธิการ รุไบยาต

ชาตินิยมสยาม และชาตินิยมไทย กับกรณีปราสาทเขาพระวิหาร และมรดกโลก

แถลงการณ์โดย กลุ่มสันติประชาธรรม  (๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓)

Urgent-Petition to the Premier Abhisit Vejjajiva and Leaders of UDD

ด่วนมาก เรื่อง ขอให้ลงชื่อเพื่อเรียกร้องต่อ นรม. และ นปช. 

The Great Yes (or the Great No) for the Thai Prime Minister

UnThammasat Act- อธรรมศาสตร์

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ รับรางวัลศรีบูรพา ประจำปี 2552

ผู้เข้าเยี่ยมชมจำนวน/visitors 07/07/07