10 มิถุนายน พ.ศ. 2551 14:11:00
เสียงจาก"ชาญวิทย์ เกษตรศิริ"นาร์กีสการเมืองจะถล่มสังคมไทย
"พันธมิตรได้ชัยชนะไปในระดับหนึ่งแล้ว การเพิ่มข้อเรียกร้องและชุมนุมต่อ อาจจะทำให้ดูขาด ความชอบธรรม... ดังนั้นน่าเชื่อว่าไม่สามารถจะเดินหน้าต่อไปได้ คงจะถอน และ พักรบชั่วคราว"
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : เมื่อบ้านเมืองยังจมดิ่งอยู่ในวิกฤติ การหาทางออกเพื่อก้าวพ้นจากวังวนแห่งความรุนแรง นองเลือด และอำนาจนอกระบบ ย่อมเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิด ช่วยกันค้น
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองผ่านสถานการณ์อันสับสนวุ่นวาย เพื่อส่องดูอนาคตประเทศไทยด้วยสายตาของนักประวัติศาสตร์การเมือง
O มองสถานการณ์การเมืองไทยในช่วงนี้แล้ว คิดว่าจะบานปลายไปสู่การรัฐประหารอีกรอบหนึ่งหรือไม่
ไม่น่าจะมีรัฐประหารในระยะนี้ เพราะในด้านหนึ่งผู้นำทหารยังพอใจอยู่กับรัฐบาลของคุณสมัคร และในอีกด้านหนึ่งก็เพราะประสบการณ์อันเป็นลบจากรัฐประหาร 19 กันยา 2549
ถ้าจะว่าไปแล้วคุณสมัครอาจเป็น นอมินี อย่างเป็นทางการของคุณทักษิณ แต่โดย ไม่เป็นทางการ คุณสมัครกลายเป็น นอมินี ของหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นอนุรักษ์นิยม หรืออำมาตยาเสนาธิปไตย โดยที่คนส่วนใหญ่อาจนึกไม่ถึงด้วยซ้ำไป พูดง่ายๆ เป็นการ เกี่ยเซี้ย กันระดับบน อย่างน้อยก็ชั่วคราวในตอนนี้
O สถานการณ์ทุกวันนี้ในสังคมไทยพูดกันถึงแต่เรื่องปฏิวัติกับนองเลือด เหมือนบ้านเมืองไม่มีทางออกอื่นใดอีกแล้ว ในฐานะนักรัฐศาสตร์และนักประวัติศาสตร์คิดว่าเรายังมีทางออกอื่นบ้างหรือไม่
จากประวัติศาสตร์การเมืองอันยาวนาน จาก 2475 เป็นต้นมา จนถึง 2490 (จอมพลผิน ชุณหะวัณ) จนถึง 14 ตุลา 2516 กับ 6 ตุลา 2519 (จอมพลถนอม กิตติขจร) และ พฤษภา 2535 (พล.อ.สุจินดา คราประยูร) แล้วท้ายที่สุดคือ 19 กันยา 2549 (พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน) ก็จบลงด้วยถ้าไม่ปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ ก็นองเลือด
สรุปได้ว่า 76 ปีที่ผ่านมา แม้จะมี บทเรียน แต่ชนชั้นนำไทย โดยเฉพาะผู้กุมอาวุธ ก็หาได้ เรียนรู้ ไม่ และน่าเชื่อว่ายังคงจะประวัติศาสตร์ ซ้ำรอย อีก และอาจจะรุนแรงกว่าเดิมอีกในระยะ 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า หากยังหา ทางออกที่สันติ ไม่ได้ ก็น่าเชื่อว่า สึนามิ หรือ นาร์กีส ทางการเมืองจะทับถล่มสังคมไทย
O รัฐบาลแห่งชาติตามข้อเสนอของหมอประเวศ และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นทางออกของสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่
รัฐบาลแห่งชาติ ฟังดูดี แต่เป็นไปได้ยากยิ่ง เพราะไม่มีฝ่ายใดในความขัดแย้งจะยอมรับได้ และถ้าจะทำได้ก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลาง หรือไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง หรือไม่ก็ต้องปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญไปเลย
O การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถูกวิจารณ์ว่าไม่มีน้ำหนักและเงื่อนไขเพียงพอ เพราะรัฐบาลได้ปลดชนวนที่เป็นเงื่อนไขต่างๆ ไปหมดแล้ว อาจารย์มองว่าอย่างไร
พันธมิตรได้ชัยชนะไปในระดับหนึ่งแล้ว การเพิ่มข้อเรียกร้องและชุมนุมต่อ อาจจะทำให้ดูขาด ความชอบธรรม หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า legitimacy ดังนั้นน่าเชื่อว่าไม่สามารถจะเดินหน้าต่อไปได้ คงจะถอนและ พักรบชั่วคราว
O ปกติความขัดแย้งในบ้านเมืองมักเกิดขึ้นจากคน 2 ฝ่ายที่มีอุดมการณ์แตกต่างกัน แต่ปัญหาในเมืองไทยดูเหมือนต้นตอมากจากคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นด้านหลัก กลายเป็นการต่อสู้เพื่อโค่นล้มหรือรักษาคนเพียงคนเดียว ปรากฏการณ์แบบนี้ถือเป็นปัญหาที่มีความพิเศษแตกต่างจากประเทศอื่นๆ หรือกรณีอื่นในเมืองไทยในอดีตหรือไม่
ปรากฏการณ์ ทักษิณ เป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย หลายๆ เรื่องที่หมักหมม มาลงหรือมาออกที่คุณทักษิณ ทำให้กลายเป็นการแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน เช่น สีเหลือง กับ สีแดง อย่างที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้กันในขณะนี้ แม้จะพยายามให้มี สี อื่นแทรกขึ้นมาเป็นทางเลือก อย่าง สีฟ้า สีชมพู หรือล่าสุด คือ สีขาว หรือ สีส้ม ก็ตาม แต่ก็ยังดูจะไปไม่ถึงไหนนัก
O หลายคนเชื่อว่า กระบวนการยุติธรรมจะยุติความขัดแย้งทั้งหลายทั้งปวงในวันนี้ได้ เช่น เมื่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินคดีที่ดินรัชดาฯ อาจารย์เชื่ออย่างนั้นด้วยหรือเปล่า
น่าจะมี 2 ประตู คือ หนึ่งถ้ากระบวนการ ตุลาการภิวัตน์ ได้สัมฤทธิ์ผล คุณทักษิณก็อาจจะจบลงด้วย ทฤษฎีอัลคาโปน คือผิดกฎหมาย ถูกจำคุก หรือไม่ก็ต้องอยู่ต่างประเทศไปจนเฒ่าชรา หรือไม่ก็สอง กลับมาได้อีกทางการเมืองใน ทฤษฎีของเอวิตาบวกเปรอน คือ ประชานิยม ชนะการเลือกตั้งใน 5 ถึง 10 ปีข้างหน้า
O ประเทศไทยเหมือนมีวิบากกรรมท่ามกลางพลวัตของโลกที่เต็มไปด้วยปัญหา เช่น วิกฤติพลังงาน ค่าเงิน อาหาร เป็นต้น คนไทยควรใช้ชีวิตอย่างไร หรือมีทัศนคติทางการเมืองอย่างไรเพื่อฝ่าวิกฤติเหล่านี้ไปให้ได้
ไม่ทราบเหมือนกัน แต่คำว่า คนไทย ถ้าหมายถึงคนส่วนใหญ่ ก็คงต้องทนทุกข์ทรมานต่อไปเหมือนดั่งที่เคยเป็นมากระมัง
เท่าที่ผ่านมา คนไทย อาจจะโชคดีกว่าเพื่อนบ้าน เราไม่มีภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรง เราเคยมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เราไม่ถูกขูดรีดอย่างหนักหน่วงจากต่างชาติ แต่เราโชคร้ายที่ปัญหาที่ค่อยๆ เกิดขึ้นและเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางการเมืองและเศรษฐกิจ หาได้รับการแก้ไขไปเป็นเปลาะๆ ไม่ ผู้นำทางการเมืองและสังคมของเราดูจะขาดทั้งประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดังนั้น ปัญหาก็ทับถมทวีคูณอย่างที่เห็นในขณะนี้
advertisement

advertisement